รู้ให้ทัน เชื่อเชื้อไวรัสสายพันธ์ใหม่ โคโรน่า

ตอนนี้ประเด็นการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังน่ากังวลเอามากๆขณะนี้จับตัวได้เลขของผู้ที่ติดโรคจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ยังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆและก็ยังไม่มีท่าทางว่าจะหยุดเลย


ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับคนไปอีกทั้งทั่วโลก ซึ่งต้องบอกตรงๆเลยว่าได้แพร่ระบาดมาถึงประเทศไทยแล้ว ทางเว็บเราจึกได้เขียนเนื้อหาของบทความนี้มาเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสำคัญๆที่เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรน่ามาบอกทุกๆคน ว่ามีอะไรบ้างที่เราน่าจะรู้ เพื่อจะเตรียมพร้อมจัดแจงกับเชื้อไวรัส โคโรน่า

เชื้อไวรัสโคโรน่า คืออะไร มีต้นกำเนิดมาจากไหน?

เชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ coronavirus (COV) เป็นเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบติดโรค และก็อาจจะเป็นโรคปอดอักเสบอย่างรุ่งแรงต่อได้เลย โรคนี้นั้นพบได้ทั้งในคนแล้วก็ในสัตว์ แต่เดิมแล้วขอรับเชื้อไวรัสนี้นั้นถือว่าสายพันธ์ญาติพี่น้องเดียวกันกับเชื้อไวรัสที่ส่งผลให้เกิดโรคซาร์ส (SARS) หรือโรคที่ทำให้เกิดการต่อว่าดขัดของระบบฟุตบาทหายใจแบบทันควันที่ร้ายแรงที่สุด และจากนั้นก็เคยระบาดมาแล้วในระหว่างปี 2002-2003 และจากนั้นก็จากงานศึกษาวิจัยปัจจุบันนี้ของทางจีนพบว่า คนที่ติดโรคเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นติดจากงูสามเหลี่ยมที่กินค้างคาวเข้าไป หรือพูดง่ายๆว่าเชื้อนี้แพร่มาจากค้างคาว โดยถิ่นฐานบ้านช่องแรกที่เกิดการแพร่ระบาดนั้นมาจากตลาดสินค้าการประมงแห่งหนึ่งจากเมืองอู่ฮั่นจากจีน จึงควรบอกก่อนเลยว่าตลาดประมงที่นี้มีการค้าขายสัตว์หลายประเภทเลย ได้แก่ ค้าง ค้าว งู ปลา และสัตว์ป่าต่างๆเชื้อไวรัสนี้ไม่ได้แค่เพียงแพร่จากสัตว์ไปสู่คนเพียงแต่เท่านั้นเอง ถึงแม้ว่ายังสามารถติดจากคนสู่คนได้อีกด้วย เนื่องมาจากได้มีการสะสมข้อมูลออกมาแล้วว่ามีการติดเชื้อจากคนที่ไม่เคยไปจีนหรือ เมืองอู่ฮั่นเลย

เชื้อไวรัสโคโรน่า นั้นสามารถติดต่อกันได้อย่างไร?

ข้อมูลจากกระทรงสาธารณสุขของจีน รับรองแล้วว่าสามารถติดต่อกันได้จากคนสู่แล้วขอรับ รวมถึงแม้กระทั่งไม่มีหลักฐานว่ามันสามารถแพร่ระบาดติดต่อกันได้ทางอากาศ แต่ว่าก็มีผู้ติดเชื้อกันไปแล้วจากการอยู่ใกล้ผู้ติดเชื้อ อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการ ไอ หรือจาม หรือการสัมผัสตัวอย่างเช่น น้ำลาย น้ำมูก เสมหะ หรือแม้แต่การหายใจใกล้กัน

แล้วจะมีลักษณะอย่างไรเมื่อติดเชื้อโรคเชื้อไวรัส โคโรน่า?

สำหรับผู้ใดก็ตามที่ติดโรคนั้น มันจะมีการฟักตัวแล้วหลังจากนั้นอาการจะเริ่มออกมาใน 1-2 อาทิตย์ โดยอาการก็จะเกี่ยวกับทางเดินหายใจ แล้วก็เริ่มป่วย ปวดศรีษะ รู้สึกขั้นเนื้อขั้นตัว เร่าร้อนใจ มีลักษณะอาการไอต่อมา มีน้ำมูกไหล ลักษณะอาการเหมือนก็จะเปรียบเสมือนป่วยไข้หวัด แต่ว่าความรุนแรงนั้นแม้กระนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย

 

 

 

Author: June Gardner